วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เนื้อหา




ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
1.อธิบายความเป็นมาของอินเทอร์เน็ตได้


อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ถูกพัฒนามาจากโครงการวิจัยทางการทหารของกระทรวงกลาโหมของประเทศ สหรัฐอเมริกา คือAdvanced Research Projects Agency (ARPA) ในปี 1969 โครงการนี้เป็นการวิจัยเครือข่ายเพื่อการสื่อสารของการทหารในกองทัพอเมริกา หรืออาจเรียกสั้นๆ ได้ว่า ARPA Net ในปี ค.ศ. 1970 ARPA Net ได้มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นโดยการเชื่อมโยงเครือข่ายร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา คือ มหาวิทยาลัยยูทาห์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ซานตาบาบารา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ลอสแองเจลิส และสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีการใช้ อินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

2. การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
การเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าสู่อินเทอร์เน็ตผู้ใช้จะต้องสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายจะต้องมีบีประจำเครื่อง (Account Number) ที่ศูนย์บริการ แล้วเชื่อโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับเครื่องที่ศูนย์บริการ โดยใช้สายโทรศัพท์ผ่านทางโมเด็ม (Modem) และจะมีซอฟต์แวร์ทำหน้าที่แปลงคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เป็นเทอร์มินัลของคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์บริการเมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว ผู้ใช้จะมี User ID หรือ User name หรือ Login name  และ Password ผู้ใช้จะต้องจัดเตรียมและเชื่อมต่ออุปกรณ์ดังนี้

1.เครื่องคอมพิวเตอร์  ไม่จำกัดชนิดและยี่ห้อ ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้จะใช้เครื่อง PC

2.โมเด็ม ทำหน้าที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ได้ ความเร็วของโมเด็มเป็นความเร็วในการส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ โมเด็มมีขนาดความเร็วต่าง ๆ กัน   โมเด็มมีขนาดความเร็วสูงตั้งแต่ 14.4 Kbps ขึ้นไป  ส่วนใหญ่แล้วจะมีความสามารถรับส่ง Fax ได้ด้วย เรียกกว่า Fax Modem โมเด็มที่มีความเร็วสูงจะมีราคาแพงกว่า ความเร็วของโมเด็มวัดเป็นบิดต่อวินาที (bps)

      โมเด็มแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
      1.โมเด็มภายใน (internal modem) เป็นการ์ดที่เสียบลงบนสล็อต (slot) ของเมนบอร์ด

        2.โมเด็มภายนอก (External nodem) เป็นกล่องขนาดเล็ก มีพอร์ต (port)  เพื่อเสียบสัญาณจากคอมพิวเตอร์เข้าโมเด็ม มีช่องสำหรับเสียบสายโทรศัพท์ และมีสายไฟจากโมเด็มเพื่อต่อเข้ากับไฟบ้าน

3. โทรศัพท์  เพื่อเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เข้ากับโมเด็ม  เพื่อให้สัญญาณข้อมูลส่งผ่านสายโทรศัพท์  ดังนั้นผู้ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ต  จะต้องมีโทรศัพท์หนึ่งเลขหมายในการต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต

4.ซอฟต์แวร์  ในการใช้อินเทอร์เน็ตจะมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ประเภทคือ         1.โปรแกรมที่ใช้ในการติดต่อเพื่อจัดการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต  ถ้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Window 95 จะมีโปรแกรม dial-Up Networking ที่ใช้ในการสื่อสารอยู่แล้ว

       2. โปรแกรมที่ใช้รับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) เช่น Eudora

       3. โปรแกรมที่ใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เรียกกว่า บราวเซอร์ (Browser) เช่น Netscape Navigator, Internet Exploer

5.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Service Provider)

ผู้ใช้จะต้องสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต  ซึ่งเป็นศูนย์บริการให้กับสมาชิก ซึ่งมีทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลกโดยศูนย์บริการเหล่านี้จะต้องเสียเงินค่าเช่าสายสัญญาณไปต่างประเทศให้กับรัฐ

3. เวิลด์ไวด์เว็บ 
    เป็นบริการข้อมูลข่าวสารแบบสื่อผสม ที่ประกอบไปด้วย ข้อความ ภาพ  ภาพเคลื่อนไหว  ภาพยนตร์ เสียง  ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นที่ดึงดูดให้ผู้คนส่วนใหญ่ เข้ามา ใช้บริการกันอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ เวิลด์ไวด์เว็บยัง เป็นเครื่องมือช่วยให้เรา สามารถ ค้นหารายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบเกือบทุกเรื่อง สามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งต่าง ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลา   รวมทั้งเรายังสามารถ เผยแพร่เอกสารที่เราจัดทำ ไปให้ผู้คนทั่วโลกโดยผ่านทาง เวิลด์ไวด์เว็บ ได้เช่นกัน โดยเสียค่าใช้จ่าย ถูกกว่า การตีพิมพ์บนกระดาษ หรือบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เวิลด์ไวด์เว็บ จึงเป็นต้นเหตุสำคัญ ทำให้ สถิติการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้คนทั่วโลก เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วรวดเร็ว

4. หลักการออกแบบเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดโครงสร้างของเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดการเชื่อมโยงระหว่างเว็บเพจ

ขั้นตอนที่ 3 การออกแบบเว็บเพจแต่ละหน้า

ขั้นตอนที่ 4 การสร้างเว็บเพจแต่ละหน้า

ขั้นตอนที่ 5 การลงทะเบียนขอพื้นที่เว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 6 การอัพโหลดเว็บไซต์

5. ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์
1. การวางแผน  เป็นขั้นตอนที่ผู้สร้างเว็บไซต์จะต้องรวบรวมข้อมูลที่ต้องการจะนำมาสร้างเว็บไซต์ กำหนดวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นกำหนดขอบเขตและความต้องการของเว็บว่าจะต้องมีอะไรบ้าง เช่น ขนาดของหน้าจอภาพ บราวเซอร์ที่จะใช้ รวมถึงองค์ประกอบและเครื่องมือที่จะต้องใช้ ต้องการมีกระดานข่าว ห้องสนทนา และมีระบบสมาชิกหรือไม่ ซึ่งในการทำงานจะต้องมีการวางแผนดังนี้

         - ระยะเวลาดำเนินงาน

         - งบประมาณ

         - อุปกรณ์และเครื่องช่วยในการทำงาน

         - ผู้ร่วมงาน

         - ปัญหาหรืออุปสรรค



        2. การรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ทำต่อจากการวางแผนไว้แต่ต้น เมื่อวางแผนเสร็จแล้ว ก็นำไปปฏิบัติงาน โดยในการรวบรวมข้อมูลนั้นก็รวบรวมข้อมูลที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการสร้างเว็บไซต์ตามเว็บไซต์ที่่จะต้องจัดทำ เช่น จะทำเว็บไซต์ขายสินค้า ก็รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จะนำมาแสดงในเว็บไซต์ของเรา โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบและสมบูรณ์ที่สุด เช่น ข้อมูลรายละเอียด รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวิดีโอ ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นควรเก็บแยกเป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งานตอนพัฒนาเว็บไซต์



        3. การออกแบบ  เป็นขั้นตอนที่นำข้อมูลและแผนที่วางไว้ไปปฏิบัติ โดยการลงมือปฏิบัติโดยจัดพิมพ์เนื้อหา กำหนดการเชื่อมโยง และคุณลักษณะอื่นที่ต้องใช้ในเว็บไซต์ ในการออกแบบจะเน้นที่การจัดวางและออกแบบหน้าจอของเว็บไซต์ ให้สอดคล้องกัน โดยหลักสำคัญการออกแบบ คือ

          - กำหนดจุดประสงค์ของเว็บไซต์ ว่าจะจัดทำเว็บไซต์ประเภทใด วางเป้าหมายของผู้เข้าชมโดยคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายหลักว่าเป็นคนกลุ่มใด จำนวนประมาณเท่าใด

          - วางโครงร่างของเว็บไซต์ โดยมีการกำหนดอย่างคร่าวๆ ว่าในเว็บไซต์เรานั้นจะมีกี่หน้า ในแต่ละหน้ามีเนื้อหาอะไรบ้างที่จะนำมาแสดง

          - ออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ ซึ่งอาจจะวาดลงในกระดาษก่อนแล้วจึงนำมาสร้างในโปรแกรมที่จะใช้พัฒนาเว็บไซต์จากนั้นแล้วจึงทดสอบผ่านเว็บบราวเซอร์ที่เลือกใช้

          - เลือกเว็บบราวเซอร์ ซึ่งในการเลือกเว็บบราวเซอร์ที่ใช้ในการแสดงผลนั้น จะได้เป็นการกำหนดขนาดความกว้าง ยาว รวมถึงการวางองค์ประกอบของเว็บไซต์ให้สวยงามและแสดงผลได้เร็ว



        4.การพัฒนา เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากการออกแบบและการสร้างโดยเน้นไปที่การตกแต่งและเสริมเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับเว็บ เช่น การกำหนดสี ภาพ การใช้ Flash ช่วยให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจยิ่งขึ้นและเพิ่มเติมเทคนิคต่าง ๆ ของโปรแกรมสนับสนุนการสร้างเว็บไซต์



        5. ทดสอบและปรับปรุง เป็นการทดสอบแบบ Offline ซึ่งยังไม่ได้อัพโหลดขึ้นสู่อินเตอร์เน็ต แต่ก็สามารถแสดงผลผ่านเว็บบราวเซอร์ได้เหมือนจริง เพื่อเป็นการตรวจสอบและปรับปรุงในส่วนของ ตัวอักษร ขนาดภาพ การจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของวัตถุ รวมถึงเรื่องการใช้สีให้มีความเหมาะสมและปรับปรุงให้สวยงาม   



        6. การเผยแพร่เว็บไซต์ ขั้นตอนนี้อาจเรียกว่า อัพโหลด(Upload) ก็ได้ โดยในการอัพโหลดนั้นจะต้องมีการจดทะเบียนโดเมนเนมและมีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลของเว็บไซต์(Host) ด้วย ซึ่งการอัพโหลดอาจทำได้จากโปรแกรมที่พัฒนาเว็บไซต์หรือโปรแกรม FTP ทั่วๆไป เช่น FileZilla CuteFTP เป็นต้น



        7. การบำรุงรักษา  เป็นขั้นตอนประเมินผลและติดตามผลการติดตั้งเว็บไซต์ ว่ามีข้อขัดข้องหรือต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเว็บเพิ่มเติมให้ทันสมัยอยู่เสมอ อาจจะเรียกได้ว่าขั้นตอนการอัพเดท (Update) เพื่อให้มีผู้เข้าชมเป็นประจำและมากขึ้นด้วย

6.ประเภทของเว็บไซต์
เว็บไซต์ทั่วไป | General Web Site
เว็บที่มีเนื้อหาข้อมูลแล้วแต่ผู้พัฒนา ตัวอย่างเว็บ เว็บไซต์ข่าว เว็บไซต์บริษัท เป็นต้น
เว็บบล็อค | Blog
เว็บที่มีลักษณะเป็นเหมือนสมุดจดบันทึกประจำวัน เวลาบันทึก ข้อมูลใหม่ก็จะอยู่ด้านบน ข้อมูลเก่าก็จะถูกดันไปอยู่ด้านล่าง คนทำเว็บบล็อค จะถูกเรียกว่า บล็อคเกอร์ (Blogger) เว็บบล็อคส่วนใหญ่ ก็คือเว็บไซต์ส่วนตัว นั่นเอง
เว็บบอร์ด | Webboard
เว็บที่มีลักษณะให้สมาชิก หรือคนที่ได้รับอนุญาติสามารถบันทึกข้อมูลลงเว็บเพจได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการโฆษณาขายสินค้าและบริการ หน้าตาเว็บบอร์ดจะแตกต่างจากเว็บทั่วๆ ไป โดยจะมีหัวข้อให้เลือกบันทึก ส่วนใหญ่เว็บบอร์ดในปัจจุบัน จะต้องมีการลงทะเบียนก่อนการเข้าใช้
เว็บช้อปปิ้ง | Shopping Cart
เว็บไซต์อีกประเภทหนึ่ง ที่เน้นการขายสินค้า มีการแบ่งหมวดหมู่สินค้าชัดเจน เราสามรถเลือกซื้อสินค้า และหยิบสินค้ามาเพื่อรวบรวมชำระเงินในคราวเดียวกัน เราเรียกว่า เครื่องมือในการช้อปปิ้งว่า Shopping Cart
เว็บสังคมออนไลน์ | Social Network
เว็บที่รองรับการใช้งานของสมาชิก สามารถบันทึกและอัพเดทข้อมูลของแต่ละบุคคลได้ ตัวอย่างเว็บสังคมออนไลน์ได้แก่ Facebook / Twitter / Linked เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น